Thai Top 3
การศึกษา

แนะนำ 5 แนวทางการเลือก โรงเรียนนานาชาติกรุงเทพ ก่อนส่งลูกเข้าเรียน

 พ่อแม่ผู้ปกครองที่กำลังมองหา โรงเรียนนานาชาติในกรุงเทพ ให้กับบุตรหลาน แล้วยังมีข้อมูลในการตัดสินใจไม่เพียงพอว่าจะเลือกโรงเรียนไหนดีและหลักสูตรการศึกษาไหนดี วันนี้เราได้รวบรวม 5 แนวทางในการเลือกโรงเรียนนานามาฝากพ่อแม่ผู้ปกครองทุกท่านเพื่อเป็นข้อมูลเพิ่มเติมในการพิจารณาและตัดสินใจก่อนส่งลูกเข้าเรียน

  • เลือกจากหลักสูตรตามความถนัดและสนใจ

หลักสูตรโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทยมีการจำแนกด้วยกัน 4 หลักสูตร ซึ่งแต่ละหลักสูตรมีระบบการเรียนการสอนที่แตกต่างกัน ดังนี้

1)หลักสูตรอเมริกัน เป็นหลักสูตรที่เน้นการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมการเล่นและกิจกรรมนอกห้องเรียนที่มีหลากหลายให้เด็กได้เลือกเรียนตามความสนใจ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เด็กได้ค้นพบความสามารถและความถนัดของตนผ่านกิจกรรม

2) หลักสูตรอังกฤษ เป็นหลักสูตรที่เน้นการเรียนรู้ด้านวิชาการ ด้านภาษาอ่านเขียน และฝึกฝนมารยาทตั้งปฐมวัย เป็นการปูพื้นฐานการอ่านเขียนเพื่อให้เด็กมีการใช้ทักษะด้านภาษาให้ถูกต้องตั้งแต่เยาว์วัย

3) หลักสูตร IB (International Baccalaureate) เป็นหลักสูตรมาตรฐานสากลทั่วโลกสำหรับโรงเรียนนานาชาติแท้จริง มุ่งเน้นความเป็นพหุวัฒนธรรมและความเป็นสากลที่ส่งเสริมการเรียนรู้เข้าใจในความแตกต่างด้านวัฒนธรรมและความหลากหลายด้านภาษา เน้นการเรียนการสอนผ่านการค้นคว้า หาคำตอบ คิดวิเคราะห์ด้วยตนเอง โดยฝึกฝนผ่านการทำโครงการสร้างสรรค์ผลงาน การเขียนเรียงความเชิงวิจัย กิจกรรมเชิงปรัชญา และกิจกรรมจิตอาสา

4) หลักสูตรนานาชาติประเทศอื่น ๆ อาทิเช่น เกาหลี ญี่ปุ่น แคนาดา สิงคโปร์ เป็นหลักสูตรที่อิงระบบการเรียนการสอนตามมาตรฐานการศึกษาประจำชาติของตน และมักส่งเสริมการเรียนภาษาที่ 3 ตามภาษาท้องถิ่นประจำชาติของตน

  1. เลือกโรงเรียนที่ได้รับรองหลักสูตรตามคุณภาพมาตราฐานการศึกษาระดับนานาชาติ

พ่อแม่ผู้ปกครองควรมองหาโรงเรียนนานาชาติที่ได้รับการรับรองหลักสูตร (Accredition) ตามมาตรฐานการศึกษาระดับสากลเพื่อความมั่นใจในคุณภาพการศึกษาที่จะได้รับและการยอมรับจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกในการเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา เช่น โรงเรียนนานาชาติหลักสูตรอเมริกัน ควรต้องผ่านมาตราฐานการประเมินและรับรองจากองค์กร Western Association of Schools and Colleges (WASC), New England Association of Schools and Colleges (NEASC) เป็นต้น

  1. คุณวุฒิของครูอาจารย์ผู้สอน และสภาพแวดล้อมของสถานศึกษา

แนะนำให้พิจารณาเลือกโรงเรียนที่มีคุณครู อาจารย์ผู้สอน หรือบุคลากรที่มีวุฒิการศึกษาด้านการสอนโดยตรง ควรเป็นบุคลากรที่ได้รับการคัดเลือกและรับรองคุณสมบัติตามมาตรฐานการศึกษา สภาพแวดล้อมและบรรยากาศภายในของโรงเรียนโดยรวม ควรมีบรรยกาศที่ปลอดโปร่ง สะอาด ปลอดภัย เหมาะสมแก่การเป็นแหล่งเรียนรู้ให้แก่เด็ก

  1. ศูนย์กิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียนครบครัน

ควรมีศูนย์กิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียนที่ครบครันหลากหลายเพื่อส่งเสริมให้เด็กได้มีโอกาสค้นพบ ฝึกฝน พัฒนาความสามารถและความถนัดของตนนอกเหนือจากหลักสูตรในห้องเรียน ควรมีหลักสูตรเพิ่มเติมที่มีครูหรือโค้ชเฉพาะด้านสำหรับฝึกฝนเสริมศักยภาพด้านกีฬา , ดนตรี , การแสดงละคร , ศิลปะ , กิจกรรมจิตอาสา และกิจกรรม out door อื่น ๆ  เพื่อให้เด็กได้พัฒนาศักยภาพและการเรียนรู้นอกห้องเรียนตามที่ตนสนใจและได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

  1. สถิติและข้อมูลการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาของศิษย์เก่า

พ่อแม่ทุกคนก็มักคาดหวังให้ลูกได้ศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงชั้นนำของโลก การศึกษาข้อมูลและสถิติการเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาของศิษย์เก่าสามารถนำมาใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนการเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา ได้ทราบถึงการยอมรับและความน่าเชื่อถือของโรงเรียนที่ได้รับจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ

การเลือกสถาบันการศึกษาของลูกไม่ได้จบลงเพียงแค่ระดับประถมศึกษาหรือมัธยมศึกษา จะต้องมองไปถึงการวางแผนการศึกษาควรมองให้ไกลถึงระดับปริญญาตรี โท และเอก เพราะการสมัครเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกนั้น ชื่อเสียง ระบบการจัดการเรียนการสอน กิจกรรม ความสามารถพิเศษ และคุณภาพของโรงเรียนในระดับมัธยมก็เป็นปัจจัยที่สำคัญในการพิจารณาตอบรับเข้าศึกษาสู่ระดับอุดมศึกษา

Related posts

การศึกษาเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตลูกของคุณ

Zane Leila

พัฒนาอาชีพของคุณด้วยการศึกษาทางไกล

Zane Leila

เหตุใดการศึกษาออนไลน์จึงไม่ใช่สำหรับทุกคน

Zane Leila